รากฟันเทียมอยู่ได้นานแค่ไหน

รากฟันเทียมอยู่ได้นานแค่ไหน

หลายคนที่กำลังสนใจทำรากฟันเทียม มักมีคำถามสำคัญว่า

“ทำแล้วจะอยู่ได้กี่ปี?”
“คุ้มไหม?”
“ทำแล้วต้องเปลี่ยนอีกหรือเปล่า?”

ความจริงคือ รากฟันเทียมถือเป็นหนึ่งในวิธีทดแทนฟันที่มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุดในทางทันตกรรมปัจจุบัน และถ้าดูแลดี หลายคนสามารถใช้งานได้เป็นสิบ ๆ ปี หรืออยู่ได้ตลอดชีวิต

แต่คำตอบจริง ๆ ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ “ตัวรากฟันเทียม” อย่างเดียว
ยังมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุการใช้งาน เช่น กระดูก เหงือก การดูแลรักษา การสูบบุหรี่ รวมถึงการวางแผนรักษาตั้งแต่แรก

บทความนี้จะช่วยอธิบายแบบเข้าใจง่ายว่า รากฟันเทียมอยู่ได้นานแค่ไหน และอะไรคือสิ่งที่ทำให้บางคนใช้งานได้ยาวนานมาก ในขณะที่บางคนอาจมีปัญหาเร็วกว่าที่คิด


จริง ๆ แล้วรากฟันเทียมคืออะไร?

รากฟันเทียมคือวัสดุไทเทเนียมที่ฝังลงไปในกระดูกขากรรไกร เพื่อทำหน้าที่แทน “รากฟันธรรมชาติ”

หลังจากฝังลงไป กระดูกจะค่อย ๆ ยึดติดกับผิวของรากฟันเทียม กระบวนการนี้เรียกว่า osseointegration ทำให้รากฟันเทียมสามารถรับแรงบดเคี้ยวได้ใกล้เคียงฟันจริง

โดยทั่วไป รากฟันเทียมจะแบ่งเป็น 3 ส่วน:

  1. ตัวรากฟันเทียม (implant fixture)
  2. แกนเชื่อม (abutment)
  3. ครอบฟันด้านบน (crown)

แต่ละส่วนมีอายุการใช้งานไม่เท่ากัน


งานวิจัยบอกว่า รากฟันเทียมอยู่ได้นานแค่ไหน?

งานวิจัยระยะยาวจำนวนมากพบว่า รากฟันเทียมมีอัตราความสำเร็จสูงมาก ค่าเฉลี่ย survival rate อยู่ประมาณ 94–95%

พูดง่าย ๆ คือ:
ถ้าคน 100 คนทำรากฟันเทียม
ผ่านไป 10 ปี ยังมีรากฟันเทียมใช้งานได้ประมาณ 94–96 คน

ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากในทางการแพทย์


แล้วทำไมบางคนอยู่ได้ตลอดชีวิต?

ในความเป็นจริง คนที่ดูแลดีมาก หลายคนสามารถใช้รากฟันเทียมได้ 20-30 ปี หรือมากกว่านั้น

สิ่งสำคัญคือ:
“รากฟันเทียมไม่ได้ผุ”
แต่ “เหงือกและกระดูกรอบรากฟันเทียม” ยังสามารถอักเสบได้

ดังนั้น อายุการใช้งานจึงขึ้นอยู่กับการดูแลระยะยาว การดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีมากกว่า


อะไรทำให้รากฟันเทียมอยู่ได้นาน?

1. การวางแผนรักษาที่ดีตั้งแต่แรก

นี่คือปัจจัยที่สำคัญมาก ถ้าวางตำแหน่งรากฟันเทียมไม่เหมาะ จะทำให้

  • รับแรงไม่ดี
  • ทำความสะอาดยาก
  • ครอบฟันเอียง

ก็อาจทำให้อายุการใช้งานสั้นลงได้

ที่ wise dental clinic และคุณหมอที่คลินิกจะใช้

  • CBCT
  • Digital planning
  • Surgical guide

เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวางตำแหน่งรากฟันเทียม

โดยเฉพาะในเคสที่:

  • กระดูกน้อย
  • ใกล้เส้นประสาท
  • ใกล้โพรงไซนัส

เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของความล้มเหลวให้มากที่สุด


2. ปริมาณกระดูกและเหงือก

รากฟันเทียมต้องอาศัย:

  • กระดูกที่แข็งแรง
  • เหงือกที่สุขภาพดี

ถ้ากระดูกละลายมาก หรือเหงือกอักเสบเรื้อรัง ก็เพิ่มความเสี่ยงที่รากฟันเทียมจะมีปัญหาในอนาคต

นี้จึงเป็นสาเหตุที่คุณหมอที่ wise dental clinic ถึงแนะนำหัตถการอื่นๆที่จำเป็นเพิ่มเติมขึ้นมา เช่น

  • ปลูกกระดูก
  • เสริมเหงือก
  • รักษาโรคเหงือกก่อน

เพื่อให้ผลระยะยาวดีขึ้น และให้รากเทียมอยู่คงทนกับคนไข้ให้ได้นานที่สุด


3. การสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุด

เพราะบุหรี่ส่งผลต่อ:

  • การหายของแผล
  • การไหลเวียนเลือด
  • การติดของกระดูก
  • การอักเสบรอบรากฟันเทียม

คนสูบบุหรี่จึงมีโอกาสเกิด peri-implantitis หรือกระดูกรอบรากฟันเทียมอักเสบได้มากกว่า


4. การดูแลความสะอาด

หลายคนคิดว่า:
“รากฟันเทียมไม่ผุ ก็ไม่ต้องดูแลมาก”

จริง ๆ แล้วไม่ใช่

ถึงรากฟันเทียมจะไม่ผุ แต่คราบแบคทีเรียยังทำให้:

  • เหงือกอักเสบ
  • กระดูกละลาย
  • มีกลิ่นปาก
  • รากฟันเทียมโยก

ได้เหมือนเดิม

จึงยังจำเป็นต้อง:

  • แปรงฟัน
  • ใช้ไหมขัดฟัน
  • ใช้แปรงซอกฟัน
  • ขูดหินปูนและตรวจติดตามสม่ำเสมอ

5. แรงบดเคี้ยวและการนอนกัดฟัน

ถ้ารากฟันเทียมรับแรงมากเกินไป เช่น:

  • นอนกัดฟัน
  • เคี้ยวของแข็งบ่อย
  • ฟันสบไม่สมดุล

อาจทำให้:

  • สกรูคลาย
  • ครอบแตก
  • กระดูกละลายรอบรากฟันเทียม

ได้ในระยะยาว

บางกรณีทันตแพทย์อาจแนะนำให้ใส่ night guard เพื่อช่วยลดแรง


ส่วนไหนของรากฟันเทียมที่มักมีปัญหาก่อน?

จริง ๆ แล้ว “ตัวราก” มักอยู่ได้นานมาก

แต่สิ่งที่อาจต้องเปลี่ยนก่อนคือ:

  • ครอบฟัน
  • สกรู
  • วัสดุด้านบน

เพราะต้องรับแรงบดเคี้ยวทุกวัน

บางคนใช้รากเดิมได้ 20 ปี แต่เปลี่ยนครอบฟันใหม่ระหว่างทาง

ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ


อายุเยอะ ทำรากฟันเทียมได้ไหม?

ทำได้

อายุไม่ใช่ข้อห้ามหลัก
แต่ต้องประเมิน:

  • สุขภาพโดยรวม
  • เบาหวาน
  • โรคหัวใจ
  • การสูบบุหรี่
  • คุณภาพกระดูก

งานวิจัยบางชิ้นพบว่า ผู้สูงอายุอาจมีอัตราการสูญเสียรากฟันเทียมสูงขึ้นเล็กน้อย
แต่ถ้าวางแผนและดูแลดี ก็ยังมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงมาก


สรุป

รากฟันเทียมถือเป็นการรักษาที่มีอายุการใช้งานยาวนานมาก และมีงานวิจัยรองรับจำนวนมากว่า สามารถใช้งานได้เกิน 10 ปีในอัตราความสำเร็จสูงกว่า 90-95%

แต่สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่ “ทำรากฟันเทียม”
แต่คือ:

  • การวางแผนรักษาที่เหมาะสม
  • คุณภาพกระดูกและเหงือก
  • การดูแลระยะยาว
  • การติดตามอย่างสม่ำเสมอ

ถ้าดูแลดี รากฟันเทียมสามารถเป็นการลงทุนระยะยาวที่ช่วยให้กลับมายิ้ม เคี้ยวอาหาร และใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุดอีกครั้ง

นพ.ทพ. สุรัตน์ แสงจินดา
เฉพาะทางศัลยกรรมช่องปากและใบหน้า

แชร์บทความนี้